มุมมองหลัง Migration
ในที่สุด วันสุดท้ายของ Migration ก็มาถึง (หลังจากเลื่อนไป 1 ครั้ง)ภาพสรุปในความเห็นของผม ก็คือ "ผ่าน" ครับ
กระแสลบ ต่างๆ ที่ตามมา สำหรับผม เป็นภาพลวงตา ซะครึ่งหนึ่ง
ซึ่งสามารถ "ลด" ได้ด้วยการให้ความรู้ความเข้าใจ (ต้องเหนื่อยกัน อีก)
หรือ
ปล่อยไว้ ให้ทุกคน "เคยชิน" ไปเองก็ได้ ... วิธีนี้ง่ายดี
เนื่องจาก บริษัทฯต้องทำ Migration กับแผนกฯที่เหลือ อีก 2-3 รอบ
ต้องทำโดยไม่มี Vendor ช่วย ดังนั้นการพัฒนาวิธี เป็นสิ่งที่ควรทำ
วิเคราะห์ในสไตล์ของผม จะมีแนะนำแนวทางไว้ด้วย (ไม่ใช่ ติ อย่างเดียว)
สรุป
* มุมมองเกี่ยวกับ "คน"
- Vendor เป็นมืออาชีพ มีรูปแบบและ Step การทำงาน (1-2-3)เนื่องจาก การจ้างนับเป็น "วัน" ดังนั้น ตารางเวลาจะ "แน่น"/"เร่ง" มาก
- Leader เป็นคนญี่ปุ่นทั้งหมด
ได้ "Training" = ลดแรงต้านจากการทำงานแบบไม่รู้เรื่อง - แน่นอนว่า "ราคาแพง"
มีจำนวนมากกว่า ผู้ตาม
เป็นระดับอาวุโส เกือบทั้งหมด
ส่วนใหญ่ที่เก่ง จะเป็นแบบทำงาน "คนเดียว"
ได้เห็น การทำงานเป็น "ทีม" น้อยมาก
ยังคงมีระบบอาวุโส = ฉันเป็นลูกน้อง แต่ฉันอาวุโสสูงกว่า ฉันไม่ทำที่สั่งก็ได้
- ผู้ตาม เป็น คนไทย
ไม่มีนโยบาย ส่งคนไทยไปเรียน - แป่ว
ให้เรียนแบบ Learning by Doing - ทำมากๆ ก็รู้เองแหล่ะ
มีส่งไปเรียน 2 คน คนเรียน บอกว่า ให้ไปนั่งที่บริษัท Vendor แล้วทำตามเอกสาร
(เรียกว่า เรียนได้เต็มปาก มั๊ยเนี่ยะ)
- User
แต่ละแผนกฯ ต้องส่ง KeyMan มา ประชุม แต่ ...
ส่วนใหญ่ ไม่เคยมี "KeyMan" ในแผนกตั้งแต่แรก
ส่ง คนทำงานที่ทำประจำ แต่ตัดสินใจไม่ได้มา
หรือ ส่งหัวหน้าที่ไม่เคยใช้ IT เลย
หรือ ส่งมาทั้ง 2 คน กว่าจะลงตัวได้ เทียบกับ ตารางเวลา "เลยไปไกลแล้ว" --- แป่ว
การให้ความรู้ กับ ทุกคน เป็นเรื่องพื้นฐานสำคัญ
การทำส่วนนี้ ไม่ครบ ทำให้ปัญหาต่างๆ เกิดขึ้นตามมามาก
บริษัทฯ ที่มีการเปลี่ยนแปลงใหญ่ แล้วมีผลกระทบน้อย - จะมีขั้นตอนให้ความรู้อยู่แผนการทำงานด้วย
>> ความเห็น - ถ้าเป็น การทำงานสไตล์ญี่ปุ่น 100% แนวทางข้างต้นถือว่า "ลงตัว" (สั่งการ - ทำตาม)
แต่เมื่อนำมาใช้กับงานลูกผสม(ไทย/ญี่ปุ่น)
จะเห็นว่า คนที่เกี่ยวข้อง จะเกิดความรู้สึก บริษัทฯให้ความสำคัญกับ "บางกลุ่ม"
คนที่เหลือ จะเหนื่อยทำ ทำไม - เป็นคนดี ที่อดทนต่อไป ?
(แนวทาง เริ่มสร้าง ระเบิดเวลา หรือ สะสมความคลางแคลงใจ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ)
ทำงานสไตล์ฝรั่ง ระดับ Leader ที่ผมเข้าใจ คือ คุยกันแบบสร้างสรรค์,ทำทุกอย่างได้ด้วยตนเอง,กล้าเปลี่ยน ต่างกับ คนไทยที่เห็นหลายเรื่อง คุยกันไร้สาระ, ทำอะไรต้องมีคนช่วย (เต็มไปหมด),ชอบทำแบบเดิมๆ จะเห็นว่า รูปแบบ "ต่างกัน" เลย
>> ความเห็น - การเตรียม "คนให้พร้อม" ก็เป็นหน้าที่ หนึ่ง ที่ต้องทำ
* มุมมองเกี่ยวกับ "วิธี"
Vendor ทำงานแบบยุโรป มาเจอะ User แบบไทย/ญี่ปุ่นงานนี้ Vendor น่าจะ "เสียกระบวน" ไปพอสมควร
วิธีแบบยุโรป - ต้องเขียน/อ่าน รายงาน, ทุกคน "รู้หน้าที่" ของตนเอง (ต้องทำอะไร)
ดูเป็นวิธีที่ "มาตรฐานดี"
วิธีแบบคนไทย - ไม่ชอบเขียน/อ่าน ทำไปเรื่อยๆ นึกอะไรออกก็ทำไป
เหมาะกับทำงานคนเดียว
วิธีแบบญี่ปุ่น - ทำตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด ระบบอาวุโส
เหมาะกับ มีผู้นำ คนเดียวที่เก่งมาก
ตย. ปัญหาเล็กน้อย สะสม
- Task List หลายคน ดูไม่เป็น
>> การอธิบาย ซ้ำๆ บ่อยๆ จะช่วยได้มาก
- เอกสารมีหลายเวอร์ชั่น, จำนวนมาก + แผนงานมีการเปลี่ยนเร็ว ทำให้เอกสารบางชุดสร้างไม่ทัน
= เพิ่มความยุ่งยากใน คนที่กำลังปรับตัว
>> ต้องมีเครื่องมือ มาช่วย จัดการ
- Leader หลายคน สั่งงาน ไม่เหมือนกัน ซ้าย/ขวา
ผู้ตาม รับคำสั่ง 2 ทาง จึงไม่รู้ว่า ต้องไปทิศทางไหน ?
>> มีคนมาตรวจมั๊ยว่า ตัว Leader มีปัญหา
- พูดปนกัน ไปมา ปัญหาใหญ่/เล็ก
อะไรสนุกปาก ก็คุยกันจนเป็น เรื่องสำคัญได้
>> ต้อง "ลดจำนวน" ปัญหาเล็ก ด้วยความเข้าใจ
ตย. การปรับตัว ที่ได้เห็น
- การคุยกับ User เป็นหน้าที่ของ Vendor ที่ต้องสื่อสาร (นัดประชุม, อธิบาย และ สรุป)
>> Vendor เริ่มปรับตัว ให้เห็น - โดยคุยมากขึ้น, ตั้งคำถามที่เข้าใจง่าย
>> เปลี่ยนจาก "ภาษาอังกฤษ" เป็นคุยด้วย "ภาษาไทย"
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น