วันเสาร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

กลับไปที่ Learning by Doing

การเรียนรู้ - คนส่วนใหญ่ พูดตรงกันว่า  Learning by Doing เป็นวิธี  "ที่ดีที่สุด"

เรื่องตลก !

คนส่วนใหญ่ ไม่สนใจในการ  "สอน" หรือ "สร้างคน"
แนวคิดด้านบน  จึงเป็น "ทางลัด" ที่ทเข้าใจกัน "ง่าย"

ความเห็นของผม  

วิธีนี้  เหมาะกับ  สภาพแวดล้อมที่  "มีคนรู้ จำนวนมาก  มีคนใหม่ จำนวนน้อย"
ปัญหา จากคนใหม่  จะมีน้อยมาก และ  คนที่รู้ มาช่วย แก้ปัญหาอย่างรวดเร็ว

  สภาพแวดล้อม  ที่ทุกคน เป็น "คนใหม่" - แนวคิดนี้  ใช้ได้หรือ ?
  ทุกคนจะเห็น  ปัญหา ตอนเริ่ม  ทำงานจริงพร้อมกัน

Note : ใน 20 ปีนี้  ผมสอน,สร้างคน มาหลายรุ่น รวมทั้งทำนอกบริษัทฯ

หลังจากผ่าน การเรียน "จัดให้มีซ้ำๆ" 

- User จะได้เข้า  เรียนหรือฟัง  มากกว่า 2 ครั้ง
- บางคน จะได้เข้า เรียน "มากกว่า" 3 ครั้ง

ผู้เขียนได้เข้าฟัง 3 ครั้ง (ภาพรวม 2 ครั้ง เข้า workshop 1 ครั้ง)

อุปสรรค มีหลากหลาย

- เข้าใช้  "ไม่ได้" (ไม่มี Notebook, ไม่ติดตั้งโปรแกรม,  ถูกจำกัดสิทธิ บางโปรแกรม)
- จำไม่ได้ : ศัพท์ใหม่ มีมาก , หลายขั้นตอน
        หน้าจอ  อักษรขนาดเล็ก , ต้องดูเทียบหลายหน้าจอ (จำไม่ได้)
        ความสามารถ  ในการ  "จำภาพ" (ต่างกัน)
- ช้า : ต้องเสียเวลา สร้างความคุ้นเคย "นาน"
- ต้องเลือก : ฟังอย่างเดียว เข้าใจดี  หรือ ทำตามตลอดเวลา
        สอนเร็ว, ต่อเนื่อง จนไม่มีเวลาคิด

ผลลัพธ์  ก็มีหลากหลาย ครับ

- เข้าใจ  และทำตามทัน   ... 1 ใน 4
- ฟังรู้เรื่อง  แต่ทำไม่ได้    ... 1 ใน 4
        ต้องกลับไปทำภายหลัง - แต่  ไม่มีเวลา,  ทำซ้ำไม่ได้  จำไม่ได้, ไม่มีคู่มือ, ...
- ฟังแล้วไม่ได้อะไร ...  (งานเก่า ไม่ต้องทำ งานใหม่ก็ต้องทำ, ไม่สนใจ, ...)

>> ทีมงานคาดหวัง ว่า หลังเรียน Key Man ต้องทำได้ 100%
      แต่จากข้างต้น  จะเห็นว่า  ได้แค่ 1 ใน 4 เท่านั้น

Q: แล้วต้องพัฒนา กันอย่างไร ?

A: "รอ" สิ่งมหัศจรรย์ ?

ในสภาวะ "คับขัน" มักจะเกิด "สิ่งมหัศจรรย์"
ในกรณีนี้  เกิด  คนที่เสียสละ เริ่มทำ  "สิ่งที่ไม่เคยทำ"  
แน่นอน เหนื่อยมากๆๆๆ + ทำแบบโดดเดี่ยว
ในสภาพนี้ : ผลลัพธ์  ก็แค่ เสมอตัว หรือ ติดลบ  - แต่  ตนเอง ได้เต็มๆ
>> ข่าวดี  มีเกิดขึ้นจริง  น๊ะครับ แต่มีน้อย  ในกลุ่มคนหมู่มาก 

A: ทยอย "ลด" อุปสรรค

ข่าวดี ผู้สอน ยอมรับสภาพที่ต้อง "สอนซ้ำๆ"
(ตอนแรก ผมคิดว่า จะมีแรงต่อต้าน  เนื่องจาก  ทีมงานไม่เก่ง ด้านการสอน)

"ก่อนเข้าเรียน" เตรียมให้พร้อม
- Notebook สำรอง (กรณีที่ไม่มีเครื่อง)
- โปรแกรม ใน Notebook  
- ลงทะเบียน ก่อนเรียน
- คู่มือ ที่กลับมา  ดุซ้ำได้ ภายหลัง!
- ผู้ช่วย ต้องใช้เป็น หรือ รู้วิธีแก้ปัญหา (จะต้องติดต่อใคร)

"ขณะเรียน"
- ผู้สอน มีความเชี่ยวชาญ (จริงๆ ก็ไม่รู้อะไรมาก)
- ผู้ช่วย  แนะนำตามโต๊ะ

"หลังเรียน"
- VDO ที่กลับมา ดูซ้ำได้ ภายหลัง!
- เปิดดู VDO ได้สะดวก

- สรุปปัญหา และ ทางแก้ไข
        เช่น พบว่า  คนเรียนส่วนหนึ่ง  ไม่มี notebook
                         ,คนเรียนส่วนหนึ่ง  เข้าใช้ไม่ได้ (ไม่รู้จะถามใคร)
                         ,คนเรียนส่วนหนึ่ง  ไม่ทำตาม (เร็วไป, ฟังไม่รุ้เรื่อง, ไม่สนใจ)

Q: ได้ทำ เพื่อ "ลดปัญหา" ได้จริง ครบ หรือไม่ ?

Hint - วิธี Change Management , Knowledge Management เป็นแนวทาง ที่ทำให้ได้ตามเป้าหมาย
      แทน "ก็ทำแล้ว" ก็พอแล้ว (แค่ได้เริ่มทำ) - ไม่สนใจ  เป้าหมาย ซะแล้ว

ตย. อุปสรรค เพิ่มเติม ที่ทำให้ "ไม่ได้ตามเป้าหมาย"
- Mail แจ้งแล้ว  ไม่ทำตามกันเอง  (ส่งอะไรที่อ่านไม่รู้เรื่อง, ส่งไปหัวหน้า เท่านั้น, ...)
- คู่มือ มี  "ไม่ครบ" , "ไม่ทันสมัย" , "ไม่ตรงกับที่สอน"
- VDO ทำยาก , ทำแล้ว    ไม่ต้องตั้งชื่อ  ไปหากันเองได่
- หลักการ = ?

(แนวทาง) ความเห็น ส่วนตัว

- ช่วงแรก
       ต้องสร้างความ "คุ้นเคย" กับ Application - กด/ใช้ ได้เร็ว
            สร้างโจทย์ง่ายๆ และ ให้ฝึกทำ  เช่น  ให้ "ลอง"  เรียกใช้ report
       พร้อมทั้ง แทรก "ศัพท์ใหม่" - พูดซ้ำหลายครั้ง จน คนฟังชิน
           ศัพท์ จะช่วยลด  การอธิบาย ยาวๆ
           การจำศัพท์ใหม่ ใช้เทคนิค พูดซ้ำ เหมือน รายการ TV Direct
           "ศัพท์ใหม่" จะถูกผูกเป็นเรื่องราว "ในหลักการ MRP" (ทุกคน ต้องปรับให้ คิดเหมือนกัน)

       Hint   การใช้ตัว  "ค้นหา"
                 สร้าง Favorite

- หลักการ -> ขั้นตอน
       ขั้นตอน ทำตาม "หลักการ"
        - แก้ปัญหา จาก "ความเข้าใจ" แทนการ "ท่องจำ"
       - เลือกกลยุทธ์ Make to Stock - Sale Order จะไม่ถูกนำมาวางแผน (อย่า นำมาปน)
       - การ auto ตามลำดับ  1-2-3

       Hint  ทำแบบที่ "คุ้นเคย" (สั้นที่สุด) ให้ได้ก่อน
                 แล้วเริ่ม  เปลี่ยน  เป็นกรณีต่างๆ  (มักจะพบในงานจริง  20-30%)
                 แก้ปัญหา โดย "หลักการ"