วันอาทิตย์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2559

เมื่อบริษัทฯ แม่ เริ่มขยับ-2 Web Performa

เมื่อบริษัทฯ แม่ เริ่มขยับ-2

ทบทวน
หลังจาก ประกาศ
"เราจะย้าย  Legacy จาก RPG ไปใช้ SAP"  เพื่อ ...

SAP มีรายละเอียด "มาก"
รู้ทิศทางแล้ว  แต่  ขาดรายละเอียด (รอประกาศ ตามมา)

ช่วงแรก จะได้ยิน "ความฝัน"  แทรกมาด้วย (ทำได้ยาก)
เช่น จะทำ BI (Business Intelligence)  สร้าง รายงานผู้บริหาร  เป็นต้น


เมื่อเวลา ผ่านไป  รายละเอียด  ต่างๆ ก็จะชัดเจนขึ้น เช่น
  # SAP จะเน้นทำ  เรื่องนี้ ... (ชัดขึ้น)
     เรื่องอื่นๆ  นอกนั้น  "ไม่ทำ"  "ทำได้  แต่ไม่ดี"
  # BI  กำลัง วางแผนกันอยู่ ยังจะไม่มีให้ใช้ ในช่วงเวลานี้
     ต้องกลับไป  นำรายงานในระบบ "เก่า"  กลับมาใช้
  # หลายงาน  ต้องการ  "KeyMan" และ ทำงานในสไตล์ใหม่
     KeyMan ที่ทำงานแบบเดิม   ก็มีแนวโน้มว่า ผลลัพธ์ จะได้  ไม่ถึงเป้า
  # ...


# ผมคิดว่า    ใครที่จะทำ  ต้องสร้าง "KeyMan"  หลายคน
                     มีความรู้ความเข้าใจ  "ดีมาก" ทั้งเทคนิค และ วัฒนธรรมการทำงาน
                     รวมทั้ง  คล่องตัวสูง  พร้อมรับ  "การเปลี่ยนแปลง"  
           พูดง่าย แต่ทำยาก  ต้องดึงผู้เชี่ยวชาญ หรือใช้เวลา "สร้างคน"


กลับเข้าเรื่อง

ช่วงเวลานี้   ผมได้รับการสื่อสาร ในลักษณะนี้
กว่าจะสรุปได้  ก็เสียเวลาไป  หลาย ชม.
จนถึงตอนนี้ ก็ยังไม่แน่ใจว่า สรุปได้ถูกต้องหรือไม่ ?
      การฟังคน  บอกความฝัน  ให้คิดตาม   แล้วพูด "ดัก" (ตีกรอบ) ไว้ด้วย
      ทำให้รู้สึกเหมือน  ว่า  "ถูกสั่งให้ทำตาม  และ  ทำในกรอบที่กำหนด"  (ห้าม! ทำเกิน)

# ผมคิดว่า   
        ถ้า  เรียง  ลำดับ  ความคิดให้ดี จะใช้เวลา "สั้น"
        แนวคิด  ที่คิดไปพูดไป   สด  น่าจะเหมาะกับ คุยกันเรื่อยๆ  มากกว่า

ผมสรุปได้ประมาณนี้

Vision    "Bye Bye RPG"
Mission  เลือกใช้  Tool  แทน  เลือกใช้ Web Performa (S/W จาก Cannon)
Task        ที่ไทย   จัดซื้อ License ให้ใช้ทดลองใช้  "บางส่วน"
                             จะจัดให้ ผู้สอน ภายในจากญีปุ่น  มาสอนในไทย (ต้องรอ 2 เดือน)
                             ให้กำหนด  ชื่อ คนเรียน และ ให้ตั้งโครงการ จะทำอะไร
                             แจ้งว่า คนเรียน จะต้องถูก "ทดสอบ" ด้วย

                โดย ผู้นำ ลงมา "ติดตาม" เอง!
                ประวัติศาสตร์  ผู้นำ  ลงมา  "ติดตาม" เอง   งานจะเดินได้  "เร็วมาก" และ "สำเร็จ"  ชัวร์
 
คุณว่า Vision,Mission,Task ข้างต้น  ใช้เวลา "นานแค่ไหน" 10 นาทีหรือ 2 ชม.
- เวลา ส่วนใหญ่ ที่เสียไป คือ  ท้าวความ โน้มน้าว
       อนาคตของ RPG, เทคโนฯ, ... บลาๆๆ
       ผมเข้าใจว่า  เขาไม่อยากให้  ประวัตศาสตร์ "ซ้ำรอย" ที่ญี่ปุ่น  ใช้เวลา "นานมาก" และ ทีมงานส่วนใหญ่  ก็ยัง ทำไม่ได้   ที่เห็นผล  คือ ทีมงาน ส่วนน้อย ที่เป็น  คนรุ่นกลาง, รุ่นใหม่

ข้อมูลนี้   ผมมองว่า  เขาสื่อให้เห็น  สิ่งที่เขา  ได้ทำไปแล้ว
ที่ญี่ปุ่น   ซื้อ License,  ส่งไปเรียน,   สร้าง ผู้สอน ภายใน
              ให้โอกาส ทีมงาน RPG ปัจจุบัน  สร้างงานก่อน
              ถ้าไม่สามารถ  ก็ให้อีกทีม  ช่วยทำบางส่วน
              ... ผ่านไป 4 ปี  (นานไปมั๊ย 555)
Milestone      มีการสร้าง Web Site กลุ่มงาน   แสดงให้เห็น
                      - ใช้เวลาสร้าง  เร็วกว่า RPG 3-4 เท่า  สวยงามกว่า ยืดหยุ่นกว่า
                      - มีการสรุป Template ให้ เพื่อให้กลุ่มถัดไป  ทำงานได้เร็วขึ้น

กรอบการทำงาน  ที่ฟังมากๆ แล้ว ไม่รู่้จะต้องทำอะไร

- อยากให้  "คิด"  ลดปัญหาจากการใช้ RPG ที่สะสมมา ... "คิด" ในกรอบน๊ะ
- หยุด RPG -> iSeries -> DB2/400 (มันเรื่องเดียวกัน) ... แล้ว DB ให้ใช้อะไร ?
          (เลือกใช้ NoSQL ได้มั๊ย 555)
- Template ทางญี่ปุ่น  สรุปให้แล้ว ... ไทย ไม่ต้องเสียเวลา "คิด" (แค่นำไปใช้)
- ไม่สร้าง ระบบงานที่ซ้ำกับ  ทางญี่ปุ่น ทำไว้แล้ว ... ต้องเป็นระบบเฉพาะ ของประเทศนั้นๆ
- ถ้าคิด  งานไม่ออก  ให้นำงาน RPG กลับมาทำใหม่  ได้
- ทำได้ทุกอย่าง  (รายงาน, บันทึก, ...)
- Web Performa เป็น S/W เฉพาะของ Cannon Japan ... หาความรู้จาก internet แทบไม่ได้เลย
- S/W นี้สามารถเขียน code Java เป็น Core Business ได้  แต่...ถ้าเขียน จะทำให้ส่วนออกแบบ GUI ใช้ไม่ได้  (คล้ายกับ Dream Weaver หรือ Tool อื่นๆ)

ในหัวของผม ตอนนั้น  คือ
      ให้ใช้ Dream Weaver ที่ทำได้เฉพาะ  งานเฉพาะ  เท่านั้น
      เหมาะกับ  ทีมงาน RPG ที่   ไม่มีตัวเลือก หรือ หมดทางไป
      แต่ทีมงาน  ที่มีทางไป  กำลังถูก  "ปิดทาง"

เข้าใจตรงกัน ว่า  ถ้ามองเป็น "การบริหารจัดการ"  แบบ Centralize ก็ถูกต้องแล้ว

(อีกแระ) ผมคิดว่า   ประวัติศาสตร์ กำลัง "ซ้ำรอย"
ทำไม  ปัจจุบัน ถึงเป็นอย่างที่เห็น - เพราะหลักการดีๆ  ทำไม่ได้  ควบคุมให้เป็นตามนั้นไม่ได้
เพื่อความอยู่รอด  จากการ "ช้า"  ทำให้  "สาขา" ต้องทำอะไร  หลายเรื่อง  "นอกกรอบ"  ด้วยตนเอง

แน่นอนว่า  สภาพแวดล้อม ต่างกัน  แนวคิดนี้อาจจะสำเร็จก็ได้
แต่ผมว่า  ดูจาก KeyMan และ ขั้นตอนต่างๆ แล้ว เทียบกับ  การเปลี่ยนแปลงภายนอก
   เท่ากับว่า  เกือบจะเหมือน ในอดีต  ทุกประการ

ถ้าจะทำให้ได้  ต้องพร้อม  มากกว่านี้ ...

วันศุกร์ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2559

มุมมองหลัง Migration

มุมมองหลัง Migration

ในที่สุด  วันสุดท้ายของ Migration ก็มาถึง   (หลังจากเลื่อนไป 1 ครั้ง)
ภาพสรุปในความเห็นของผม  ก็คือ  "ผ่าน" ครับ

กระแสลบ  ต่างๆ ที่ตามมา  สำหรับผม  เป็นภาพลวงตา ซะครึ่งหนึ่ง
   ซึ่งสามารถ "ลด" ได้ด้วยการให้ความรู้ความเข้าใจ  (ต้องเหนื่อยกัน อีก)
หรือ
   ปล่อยไว้  ให้ทุกคน  "เคยชิน" ไปเองก็ได้  ... วิธีนี้ง่ายดี

เนื่องจาก บริษัทฯต้องทำ Migration กับแผนกฯที่เหลือ อีก 2-3 รอบ
ต้องทำโดยไม่มี Vendor ช่วย      ดังนั้นการพัฒนาวิธี  เป็นสิ่งที่ควรทำ

วิเคราะห์ในสไตล์ของผม จะมีแนะนำแนวทางไว้ด้วย  (ไม่ใช่  ติ  อย่างเดียว)

สรุป

* มุมมองเกี่ยวกับ "คน"

  - Vendor เป็นมืออาชีพ  มีรูปแบบและ Step การทำงาน (1-2-3)
          เนื่องจาก การจ้างนับเป็น "วัน" ดังนั้น  ตารางเวลาจะ "แน่น"/"เร่ง" มาก

  - Leader  เป็นคนญี่ปุ่นทั้งหมด  
    ได้  "Training" = ลดแรงต้านจากการทำงานแบบไม่รู้เรื่อง - แน่นอนว่า  "ราคาแพง"
    มีจำนวนมากกว่า ผู้ตาม
    เป็นระดับอาวุโส เกือบทั้งหมด

    ส่วนใหญ่ที่เก่ง  จะเป็นแบบทำงาน  "คนเดียว"
    ได้เห็น การทำงานเป็น  "ทีม" น้อยมาก 
           ยังคงมีระบบอาวุโส = ฉันเป็นลูกน้อง แต่ฉันอาวุโสสูงกว่า ฉันไม่ทำที่สั่งก็ได้

  - ผู้ตาม เป็น  คนไทย  
     ไม่มีนโยบาย ส่งคนไทยไปเรียน - แป่ว
     ให้เรียนแบบ  Learning by Doing - ทำมากๆ ก็รู้เองแหล่ะ
     มีส่งไปเรียน  2 คน    คนเรียน บอกว่า ให้ไปนั่งที่บริษัท Vendor แล้วทำตามเอกสาร
     (เรียกว่า  เรียนได้เต็มปาก  มั๊ยเนี่ยะ)

  - User
        แต่ละแผนกฯ ต้องส่ง KeyMan มา ประชุม  แต่ ...
        ส่วนใหญ่ ไม่เคยมี "KeyMan" ในแผนกตั้งแต่แรก
                         ส่ง  คนทำงานที่ทำประจำ  แต่ตัดสินใจไม่ได้มา
                หรือ  ส่งหัวหน้าที่ไม่เคยใช้ IT เลย
                หรือ  ส่งมาทั้ง 2 คน  กว่าจะลงตัวได้  เทียบกับ ตารางเวลา "เลยไปไกลแล้ว" --- แป่ว

การให้ความรู้  กับ  ทุกคน  เป็นเรื่องพื้นฐานสำคัญ
การทำส่วนนี้ ไม่ครบ ทำให้ปัญหาต่างๆ เกิดขึ้นตามมามาก
บริษัทฯ ที่มีการเปลี่ยนแปลงใหญ่ แล้วมีผลกระทบน้อย - จะมีขั้นตอนให้ความรู้อยู่แผนการทำงานด้วย    
>> ความเห็น - ถ้าเป็น  การทำงานสไตล์ญี่ปุ่น 100%  แนวทางข้างต้นถือว่า  "ลงตัว"  (สั่งการ - ทำตาม)
        แต่เมื่อนำมาใช้กับงานลูกผสม(ไทย/ญี่ปุ่น)
        จะเห็นว่า  คนที่เกี่ยวข้อง  จะเกิดความรู้สึก  บริษัทฯให้ความสำคัญกับ "บางกลุ่ม"
        คนที่เหลือ  จะเหนื่อยทำ ทำไม - เป็นคนดี ที่อดทนต่อไป ?
            (แนวทาง เริ่มสร้าง  ระเบิดเวลา  หรือ  สะสมความคลางแคลงใจ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ)

      ทำงานสไตล์ฝรั่ง  ระดับ Leader ที่ผมเข้าใจ  คือ คุยกันแบบสร้างสรรค์,ทำทุกอย่างได้ด้วยตนเอง,กล้าเปลี่ยน  ต่างกับ  คนไทยที่เห็นหลายเรื่อง  คุยกันไร้สาระ, ทำอะไรต้องมีคนช่วย (เต็มไปหมด),ชอบทำแบบเดิมๆ   จะเห็นว่า  รูปแบบ  "ต่างกัน" เลย

>> ความเห็น - การเตรียม "คนให้พร้อม"  ก็เป็นหน้าที่  หนึ่ง  ที่ต้องทำ

* มุมมองเกี่ยวกับ  "วิธี"

    Vendor ทำงานแบบยุโรป  มาเจอะ User แบบไทย/ญี่ปุ่น  
    งานนี้ Vendor น่าจะ "เสียกระบวน" ไปพอสมควร

    วิธีแบบยุโรป - ต้องเขียน/อ่าน รายงาน, ทุกคน "รู้หน้าที่" ของตนเอง (ต้องทำอะไร)
          ดูเป็นวิธีที่   "มาตรฐานดี"
    วิธีแบบคนไทย - ไม่ชอบเขียน/อ่าน   ทำไปเรื่อยๆ  นึกอะไรออกก็ทำไป
          เหมาะกับทำงานคนเดียว
    วิธีแบบญี่ปุ่น - ทำตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด  ระบบอาวุโส
          เหมาะกับ  มีผู้นำ คนเดียวที่เก่งมาก

ตย. ปัญหาเล็กน้อย สะสม
- Task List หลายคน  ดูไม่เป็น
   >> การอธิบาย ซ้ำๆ บ่อยๆ จะช่วยได้มาก
- เอกสารมีหลายเวอร์ชั่น, จำนวนมาก + แผนงานมีการเปลี่ยนเร็ว ทำให้เอกสารบางชุดสร้างไม่ทัน  
  = เพิ่มความยุ่งยากใน  คนที่กำลังปรับตัว
   >> ต้องมีเครื่องมือ มาช่วย จัดการ
- Leader หลายคน สั่งงาน  ไม่เหมือนกัน ซ้าย/ขวา
  ผู้ตาม  รับคำสั่ง 2 ทาง   จึงไม่รู้ว่า ต้องไปทิศทางไหน ?
  >> มีคนมาตรวจมั๊ยว่า  ตัว Leader มีปัญหา
- พูดปนกัน ไปมา  ปัญหาใหญ่/เล็ก
  อะไรสนุกปาก  ก็คุยกันจนเป็น เรื่องสำคัญได้
  >> ต้อง "ลดจำนวน" ปัญหาเล็ก ด้วยความเข้าใจ

ตย. การปรับตัว ที่ได้เห็น
- การคุยกับ User เป็นหน้าที่ของ  Vendor ที่ต้องสื่อสาร  (นัดประชุม, อธิบาย และ สรุป)
  >> Vendor เริ่มปรับตัว  ให้เห็น - โดยคุยมากขึ้น, ตั้งคำถามที่เข้าใจง่าย
  >> เปลี่ยนจาก "ภาษาอังกฤษ" เป็นคุยด้วย  "ภาษาไทย"

วันอาทิตย์ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

ระหว่างดำเนินการ

สำหรับ  คนไทย ส่วนใหญ่
การทำงาน  ตามแผน  ตามตารางเวลา  เป็นเรื่องที่  ไม่ถนัด
เราคุ้นเคยกับ  อะไร ง่ายๆ   ให้ทำอะไรก็ว่ามา  รีบทำจบๆไป   555

ทีมงานที่ติดตั้ง  (บริษัท ตัวแทน จาก SAP)
# แจ้ง ตารางเวลา  และให้ทุกคนปฏิบัติตาม
   - ในความเป็นจริง  มีคนที่เกี่ยวข้องมาก  ดังนั้นตารางเวลานี้  จึงเปลี่ยนได้เรื่อยๆ
# ทำ คู่มือ ประกอบการใช้งาน  ให้อ่านก่อน
# อธิบาย การใช้งาน และ ยืนยัน ว่า สามารถทำงานแทนได้
# อธิบาย การใช้งาน

เราต้องทำ  "ขั้นตอนตามลำดับ"
ขั้นตอน ดู "ครบถ้วน"

ตัวละคร ก็ทำตามบทของตนเอง
- Key Man ต้อง ปรับให้มี "ความรู้" ,"Life Style"  ที่ควรจะเป็น (ดูจาก คนที่มีคุณภาพ)
        รู้จริง     ถ้าไม่รู้  ก็เรียนรู้  เพิ่มเติม  ...  ก่อน/ทำพร้อมๆกัน
        Life Style    ที่สนับสนุน  "งานหลัก"  ... ต้องทำก็ทำ  ต้องให้เวลาก็ให้เวลา

- ทีมสนับสนุน  จะ  "ลด" ระดับความเข้มลงมา อาจจะลงมาที่ 50-70 %
- User   จะเน้น  สนใจเฉพาะ  งานที่ตนเองทำ
- ทีมผู้นำ  มีหน้าที่หนักกว่า  Key Man
       เพราะ ต้องสร้าง  Key Man และ ทีมสนับสนุน  เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
       การสร้าง "คน" ถ้าจะให้ได้ผล  ต้อง "ตั้งใจ" มาก

ส่วนที่ชอบ
- รูปแบบ คู่มือ  มีหลากหลาย  เอกสาร, มี demo (VDO), มี Practice
- มีการปรับ รูปแบบ/วิธีการ ที่รวดเร็ว

ส่วนที่ไม่ชอบ
- เอกสาร  มีมาก update กันบ่อยมาก   จนจัดการยาก (หาไม่พบ, อันไหน)

"ระหว่างดำเนินการ"

ดูเหมือน ตัวละคร จะผ่านเกณฑ์ได้  ไม่กี่คน
หลายคน  กลับไปใช้วิธี  "ดั้งเดิม" คือ   รอทำจริง  แล้วก็ค่อยดูผลกัน
     ผมเรียกว่า ซื้อเวลา่  และ  วัดดวง

อดีตเคยคิดว่า เสี่ยงสุดๆ
       ผมไม่ชอบ เสี่ยงกับ ผลที่ไม่ชัด ทั้งที่เรา  "กำหนดอนาคตได้"

แต่จากประสพการณ์  พบว่า "บางครั้ง"  จะเกิดสิ่งมหัศจรรย์เกิดขึ้น
      เช่น  มีทางเลือกใหม่ ที่ไม่ควรมีเพิ่มขึ้นมา  ,มี Hero แสดงตนออกมา  เป็นต้น
      สิ่งนี้  อาจทำให้  หลายคน  เลือก  "รอ"  แทนการ  ตั้งใจทำ(เปลี่ยน)

เอาละ แล้วสิ่งที่ผม  ต้องพยายามทำล่ะ  คือ
- ทำให้ คุ้นเคย ได้มากที่สุด - อ่านคู่มือ ให้มากที่สุด
- ต้องพยายาม  เข้าใจ  (ชนิด สอนต่อได้) -
- ทำให้  การเข้าใช้งาน  เป็นไปได้อย่างง่าย และ ราบรื่น
       (รู้กันว่า งาน IT ที่ control  จะเข้าใช้ยุ่งยากมาก)

ต้องมีวิน้ย - แบ่ง/เตรียม  เวลา ให้กับการเรียนรู้
เรียนรู้  - จนคล่อง (ไม่ใช่แค่  ได้เรียน  แล้วก็ตอบว่า  ไม่ได้อะไร)
ปรับ  คู่มือให้เหมาะ - ตอนนี้ชอบวิธี Single Page, InfoGraphic  คนอ่าน จะรู้สึกง่ายดี

เมื่อ Time Line เริ่มขยับผ่านไป   หลายสิ่ง ที่บางคนพูดอย่างแปลกใจ
      "อ๊ะ ทำไม เป็นอย่างนี้" "ไม่นึกว่าจะเป็นอย่างนั้น" ...
แต่ส่วนใหญ่  ยังอยู่ในแนวทางที่ "เคย" ประเมิน (พูด) ไว้
       ยืนยันว่า อนาคตหลายเรื่อง เรา ่ "ควบคุม"  ให้มัน   ดีขึ้น  ได้